กลับไปแหล่งความรู้วางแผนเกษียณ

เก็บก่อนใช้กับระบบประกันชีวิต พิชิตเป้าหมายการเงินที่ดีกว่าและแตกต่าง

2025-08-19

เก็บก่อนใช้กับระบบประกันชีวิต พิชิตเป้าหมายการเงินที่ดีกว่าและแตกต่าง

อยาก “เก็บตังค์” แต่เงินหายทุกปลายเดือน… ลองสลับเป็น “เก็บก่อนใช้” และให้ ประกันชีวิต เป็นเครื่องมือบังคับตัวเอง ได้ทั้งเก็บตังค์ ความคุ้มครองชีวิต และพิชิตเป้าหมายทางการเงินได้อย่างแน่นอน

ทำไมต้อง “เก็บก่อนใช้”

“เก็บก่อนใช้” เป็นหลักคิดทางการเงินที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังมากค่ะ ข้อดีของการ เก็บก่อนใช้มีมากมาย

1.สร้างวินัยทางการเงิน

เมื่อเราหักเงินออมทันทีที่ได้เงินเข้ามาจะทำให้เกิดนิสัยที่ดีไม่ใช้เงินจนหมดก่อนแล้วค่อยเหลือเก็บ (ซึ่งมักไม่ค่อยเหลือจริง ๆ)

2. ออมได้อย่างต่อเนื่อง

เพราะถูกตั้งเป็นระบบ ไม่ต้องรอให้มี “เงินเหลือ” จึงมั่นใจได้ว่าจะมีเงินเก็บทุกเดือน

3. ลดความเครียดเรื่องการเงิน

มีเงินเก็บไว้เสมอ ทำให้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินไม่ต้องกังวลหรือเป็นหนี้ หรือจะหาเงินด่วน ๆ มาจากที่ไหน เพราะมีคลังสำรองให้ตัวเอง

4. สร้างความมั่นคงและโอกาส

เงินเก็บที่สะสมจะต่อยอดไปสู่การลงทุนหรือไว้ใช้ตามเป้าหมายใหญ่ เช่น แผนเกษียณ, กองทุน , ซื้อบ้าน, การศึกษาบุตร

5.ทำให้ “ใช้เงินอย่างรู้คุณค่า”

เมื่อตัดสินใจเก็บไปแล้ว เหลือเท่าไหร่ ? ก็คือเงินที่ใช้ได้จริง ทำให้เราบริหารการใช้เงินได้อย่างมีสติ

ทำไมต้องเก็บผ่าน “ระบบประกันชีวิต”

  • เก็บก่อนใช้ (Pay Yourself First) เป็นการบังคับตัวเองมีวินัยในการเก็บเงิน
  • เพราะปัจจุบันการชำระเบี้ยประกันชีวิต สามารถหักบัญชีอัตโนมัติหรือหักผ่านบัตรเครดิต ทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น
  • มีเป้าหมายชัดเจน การทำประกันชีวิต จะมีระยะเวลา/จำนวนเงินรับคืน/บำนาญ/หรือเงินก้อนใหญ่ ถูกระบุชัดเจนในสัญญาแห่งกรมธรรม์
  • ได้ “ความคุ้มครองชีวิต” หากระหว่างทาง หากเราไม่ทันถึงเป้าหมาย เงินก้อนนี้ที่มีมูลค่ามากกว่าเงินต้นก็จะถูกส่งให้คนที่เรารักทันที เรียกว่าเป็นการส่งต่อที่ถูกคน ถูกเวลาเลยทีเดียว
  • ประกันชีวิตบางแผนยังมีความคุ้มครองกรณีตกเป็นทุพลภาพบริษัทประกันชีวิตจะมีการยกเว้นการชำระเบี้ยและจะทำหน้าที่ชำระเบี้ยแทนไปจนครบสัญญาบนเป้าหมายเก็บเงินยังดำเนินไปเหมือนเดิม
  • สิทธิประโยชน์ภาษี เบี้ยประกัน สามารถใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้ตามเกณฑ์กฎหมายไว้ได้อีกด้วย

เลือกแผนประกันชีวิตให้ตรงเป้าหมายด้วยเช็คลิสต์ 6 ข้อ

  • ระยะเวลาคุ้มครอง/ระยะเวลาชำระเบี้ย
  • ตารางผลประโยชน์: เงินคืนระกว่างปี/เงินบำนาญ ได้รับเมื่อไร? เท่าไร?
  • เงื่อนไขยกเลิกหรือใช้สิทธิแห่งกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าเวนคืน/มูลค่าเงินสำเร็จ/มูลค่าขยายเวลา มีแผนรองรับที่เป็นไปตามความต้องการของเราหรือไม่
  • เลือกวางแผนตามเป้าหมาย และความต้องการของเรามากที่สุด
  • สิทธิประโยชน์ทางภาษี เข้าเงื่อนไขหรือไม่ว่า (สอบถามตัวแทน/ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพกรม)
  • ระบุ ผู้รับผลประโยชน์ ให้ชัด—หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด สามารถส่งต่อมรดกได้อย่างถูกคน ถูกเวลา

เลือกจาก “เป้าหมาย–ระยะเวลา–สภาพคล่อง”ที่ตอบโจทย์ เป็นหลัก แล้วค่อยเปรียบเทียบผลประโยชน์/เบี้ยประกันชีวิต

ทำไม “ออมผ่านประกัน” ถึง ดีกว่าและแตกต่าง จากการออมทั่วไป

FAQs

A: เริ่มด้วยงบที่ “จ่ายได้สบาย ๆ” ก่อน แล้วเพิ่มเมื่อรายได้โตขึ้น เพื่อให้การวางแผนการเงินเหมาะสมตามช่วงวัย

A: ลงทุนได้ แต่อย่าเททั้งหมด—ใช้ระบบประกันชีวิตเป็น “แกนที่แน่นอน” (คุ้มครอง + รายได้ที่คาดการณ์ได้) ส่วนกองทุนไว้ “โตสู้เงินเฟ้อ”

A: แล้วแต่แบบประกันนั้นๆ และเงื่อนไขของกฎหมายทางภาษี ณ ขณะนั้น ตรวจสอบประกาศล่าสุดหรือให้ที่ปรึกษาช่วยประเมินก่อนซื้อ

A: ดีถ้า “แต่ละฉบับมีหน้าที่ต่างกัน” เช่น สะสมทรัพย์เพื่อเงินก้อนใหญ่รับกลางทาง + บำนาญเพื่อมีรายได้หลังเกษียณ ช่วยกระจายความเสี่ยงและจัดสภาพคล่อง หรือเน้นความคุ้มครองภาระหนี้สินระหว่างทาง

การ “เก็บก่อนใช้” ผ่านประกันชีวิตเชิงเก็บออม/บำนาญ คือทางลัดสู่วินัยที่ทำได้จริงในโลกความเป็นจริง สร้างแผนการเก็บเงิน อย่างสม่ำเสมอ + คุ้มครองครอบครัว + วางรายได้อนาคต ในสัญญาเดียว และยังมีโอกาสใช้สิทธิภาษีตามเกณฑ์ที่กำหนด อยากให้ทีม Jarinee ช่วยออกแบบแผน “เก็บก่อนใช้” ให้พอดีกับรายรับและเป้าหมายของคุณ? ทักจองปรึกษาฟรี !! เพื่อวางแผนการเก็บเงินที่ออกแบบเฉพาะคุณ

อยากวางแผนเกษียณหรือเลือกแบบประกันที่ใช่กับพี่จา?

ปรึกษาได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พี่จา จาริณี พร้อมดูแลคุณอย่างจริงใจในทุกช่วงวัย

ปรึกษาฟรีผ่าน LINE

พร้อมเริ่มต้นวางแผนชีวิตที่มั่นคงไปด้วยกัน

ปรึกษาพี่จา จาริณี ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งเรื่องวางแผนเกษียณ แบบประกัน หรือการเริ่มต้นอาชีพตัวแทนประกันชีวิตยุคใหม่